ฟิลเลอร์คำถามที่พบบ่อย2

ฟิลเลอร์สลายเองได้หรือไม่
ฟิลเลอร์จาก Hyaluronic Acid สามารถสลายได้แน่นอนตามธรรมชาติโดยจะต้องใช้เวลาสักระยะขึ้นอยู่กับชนิดและยี่ห้อของฟิลเลอร์ ส่วนฟิลเลอร์ปลอมจะไม่สามารถใช้ไฮยาลูโรนิคเดส (Hyaluronidase) ฉีดสลายได้ ขั้นตอนการรักษาจะต้องเป็นการขูดออกแทน ดังนั้นจึงควรหาข้อมูลก่อนตัดสินใจเลือกฉีดฟิลเลอร์ ควรเลือกรับบริการในคลินิคที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัยที่ใช้ฟิลเลอร์แท้ และฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์เท่านั้น

การสลายฟิลเลอร์คืออะไร
การฉีดสลายฟิลเลอร์ (Dissolving Filler)  คือ การฉีดไฮยาลูโรนิคเดส (Hyaluronidase) เข้าไปในบริเวณใต้ผิวหนังในปริมาณที่ใกล้เคียงกับสารฟิลเลอร์ที่ฉีดในบริเวณที่ต้องการแก้ไข เพื่อให้สลายสารฟิลเลอร์ออก อาจเกิดจากปัญหาบวมแดงที่เกิดจากการแพ้ฟิลเลอร์ ฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนจากการเลือกใช้ฟิลเลอร์รุ่นที่ไม่เหมาะสมกับบริเวณที่ฉีด หรือแม้แต่การใช้ฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไป แม้การฉีดสลายเป็นวิธีการที่ไม่อันตราย แต่ขั้นตอนนี้ควรทำโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์มากพอ ไม่ควรฉีดสลายด้วยตัวเอง และพบแพทย์ตามนัดเพื่อเป็นการติดตามอาการหลังการฉีด
เทคนิคดูฟิลเลอร์ปลอม

ฟิลเลอร์ปลอมคือ ของลอกเลียนแบบฟิลเลอร์แท้ ในปัจจุบันมีการนำสารหลากหลายประเภท เช่น ซิลิโคนเหลว ไบโอพลาสติก พาราฟิน  สารดังกล่าวเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายต่อร่างกายเช่น ฟิลเลอร์ไหลรวมกันเป็นก้อนบวมตามใบหน้าหรือบริเวณที่ฉีด ใบหน้าผิดรูป ผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อ เป็นหนอง บวมแดงอย่างรุนแรง เป็นต้น หรือฟิลเลอร์ปลอมบางชนิด อาจแพร่กระจายไปส่วนอื่นของร่างกาย ทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะภายใน ระบบภูมิคุ้มกัน หรืออาจทำให้ตาบอดได้ ฟิลเลอร์ปลอมจะไม่สามารถสลายได้เองตามธรรมชาติหรือจะฉีดสลายด้วย ไฮยาลูโรนิคเดส (Hyaluronidase) ก็ไม่สามารถทำได้ หากได้รับเข้าสู่ร่างกายจำเป็นต้องผ่าตัดหรือขูดออกเท่านั้น

 เทคนิคการดูฟิลเลอร์ก่อนตัดสินใจฉีด

  1. ไม่ควรฉีดกับหมอกระเป๋าที่ไม่ได้อยู่ในคลินิคที่ได้มาตรฐาน ควรฉีดกับแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ
  2. ราคาสมเหตุสมผลไม่ควรมีราคาที่ถูกเกินไป หากมีราคาถูกมากๆ อาจเป็นฟิลเลอร์ปลอม
  3. อ้างสรรพคุณเกินจริง
สาเหตุฟิลเลอร์ไหล และวิธีแก้

ฟิลเลอร์ไหลจนเป็นก้อน หรือผิดรูป ทำให้ผลลัพธ์หลังฉีดฟิลเลอร์ไม่เป็นไปตามต้องการนั้นเกิดจาก การฉีดฟิลเลอร์ปลอม หรือซิลิโคนเหลว เนื่องจากสารชนิดนี้ไม่สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้ จึงทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน และเนื่องจากสารดังกล่าวไม่สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติ เมื่อเวลาผ่านไปจึงเกิดการไหลมารวมจับกันเป็นก้อน ทำให้เกิดอาการบวมแดง อักเสบติดเชื้อ ใบหน้าผิดรูป โดยการรักษาจะต้องทำการผ่าตัด หรือขูดออกเท่านั้น นอกจากนี้ฟิลเลอร์ไหลอาจเกิดจากการใช้ฟิลเลอร์ที่ไม่ผ่าน อย.ที่นำเข้ามาผิดกฎหมาย หรือเกิดจากฟิลเลอร์ที่เรียกกันว่าฟิลเลอร์หิ้ว ที่จะมีราคาถูกกว่าฟิลเลอร์ปกติทั่วไป

วิธีป้องกันฟิลเลอร์ไหล

  1. เลือกฉีดกับแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพ ในคลินิคที่สะอาด ได้มาตรฐาน
  2. เลือกใช้ฟิลเลอร์ที่ผ่านอย.ตรวจสอบกับบริษัทได้จากการสแกน ไม่ใช้ฟิลเลอร์ที่ราคาถูก                                        เกินไปเพราะอาจเป็นของปลอมได้

โบท็อกซ์คำถามที่พบบ่อย2

ถ้าดื้อโบท็อกซ์แล้วจะสามารถแก้ไขได้ไหม ?
แก้ไขไดยให้แพทย์ประเมินปัญหาของแต่ละเคส บางเคสอาจเกิดจากการใช้โบท็อกซ์ปลอม ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเคสที่หายจากการดื้อโบท็อกซ์ แต่แพทย์อาจแนะนำให้เปลี่ยนยี่ห้อในเบื้องต้น

โบท็อกซ์ทำร่วมกับหัตถการอะไรได้บ้าง ?
หลังฉีดโบท็อกซ์แล้ว สามารถทำหัตการอื่นได้ แต่แนะนำให้เว้นระยะเวลาการทำเลเซอร์ หรือ Hifu หลังฉีดประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้เต็มที่ก่อนประเมินการรักษาในจุดอื่น หรือควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำหัตถการอื่นๆ ร่วมในแต่ละเคส

ฟิลเลอร์คำถามที่พบบ่อย

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม

หากเลือกคลินิคที่ได้มาตรฐาน ละอาด และฉีดโดยแพทย์ที่มีที่มีในประกอบวิชาชีพ สามารถตรวจสอบได้ มีประสบการณ์

และใช้ยี่ห้อที่ผ่านอย.สามารถตรวจสอบจากบริษัทได้ ปลอดภัยและไม่อันตราย

ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดีที่สุด
การเลือกใช้ฟิลเลอร์ยี่ห้อ และรุ่นที่เหมาะกับบริเวณที่ต้องการฉีด และฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ และมีความรู้ด้านกายวิภาคของใบหน้าจะให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ

 
ฉีดฟิลเลอร์เจ็บไหม บวมนานไหม และใช้เวลากี่วันถึงจะเข้าที่
ที่ iSkin clinic ก่อนฉีดจะมีการทายาระงับความรู้สึกให้ทุกเคส และฟิลเลอร์บางยี่ห้อจะมียาชาผสมอยู่แล้ว จึงมั่นใจได้ว่าไม่เจ็บแน่นอน อาการบวมที่เกิดจากฟิลเลอร์ ยาชา หรืออาการบวมเข็ม เขียวช้ำจะค่อยๆ ลดลงใน 1-3 วัน และจะดีขึ้นภายใน 7 วัน หลังฉีดฟิลเลอร์ จะใช้เวลา 2 สัปดาห์ถึง 1 เดือนขึ้นอยู่กับบริเวณที่ฉีด ตัวยาที่ฉีด และสภาพผิวของแต่ละบุคคล จึงจะเข้าที่และเห็นผลชัดเจน
ฉีดฟิลเลอร์แล้วทำหัตถการเครื่องที่ใช้ความร้อนได้ไหม
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและตัวยาอยู่ได้นาน หลังฉีดฟิลเลอร์ควรงดกิจกรรมที่สร้างความร้อนไปก่อน อย่างน้อย 3 วัน

ฟิลเลอร์คืออะไร

หลักการทำงานของฟิลเลอร์ (Filler)

ผิวหนังของคนเรามีใยคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบสำคัญ ที่ทำให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่นและเต่งตึง แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายก็จะผลิตเส้นใยเหล่านี้น้อยลงเรื่อยๆ การที่เส้นใยเหล่านี้ลดลง จะทำให้ผิวบาง เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย

เมื่อฉีด Hyaluronic Acid เข้าไปบริเวณที่เป็นร่องริ้วรอย เช่น ร่องแก้ม ร่องมุมปาก แก้มตอบ ใต้ตา จะทำให้ริ้วรอยตื้นขึ้น ผิวเต่งตึงและมีชีวิตชา ดูสดใสมากขึ้น

ฟิลเลอร์ช่วยแก้ปัญหาผิวได้ยังไงบ้าง?
  • ปรับสมดุลน้ำของผิวพรรณให้ดีขึ้น ทำให้ผิวแข็งแรงและดูสุขภาพดีมากขึ้น
  • ช่วยการแก้ไขปัญหาริ้วรอยและร่องลึกต่างๆที่บริเวณที่ฉีด เช่น ร่องแก้ม ร่องมุมปาก ใต้ตา และช่วยปรับโครงสร้างใบหน้า เช่นบริเวณหน้าผาก ขมับ ริมฝีปากและคาง
  • ไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลทันที ไม่ต้องพักฟื้นนาน และสามารถเติมใหม่ได้เรื่อยๆตามระยะเวลาที่แพทย์เห็นว่าเหมาะสมทั้งยังสามารถฉีดสลายได้โดยไม่เป็นอันตราย
  • ฟิลเลอร์อยู่ได้นานถึง 18-24 เดือน

ฉีดฟิลเลอร์อันตรายไหม
  • หลังการฉีดฟิลเลอร์อาจมีผลข้างเคียงเช่น การมีรอยแดงหรืออาการบวมช้ำจากเข็มประมาณ 1-3 วันแรกโดยอาการเหล่านี้สามารถหายไปได้เอง
  • การฉีดฟิลเลอร์สามารถสลายไปได้เองตามธรรมชาติในระยะเวลาของแต่ละยี่ห้อที่เลือกใช้ การฉีดต่อ 1 ครั้ง จึงไม่ได้อยู่ถาวรแต่สามารถฉีดซ้ำได้
  • การฉีดฟิลเลอร์แม้จะปลอดภัยแต่จะมีบางบริเวณที่ต้องฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และมีความรู้ด้านกายวิภาคของใบหน้า รวมถึงตำแหน่งต่างๆของเส้นเลือด

ต้องฉีดฟิลเลอร์กี่ CC จึงจะเห็นผล

การฉีดฟิลเลอร์สามารถฉีดได้หลายตำแหน่ง ซึ่งในแต่ละตำแหน่งจะฉีดในปริมาณยาที่แตกต่างกัน โดยปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ของแต่ละเคสจะไม่เท่ากัน หมอจะประเมินปัญหา ความลึก และแนะนำปริมาณที่เหมาะสมให้

โบท็อกซ์คำถามที่พบบ่อย

หลักการทำงานของโบท็อกซ์ (Botox)
แม้ผลลัพธ์จะไม่ได้อยู่ถาวร แต่ก็ไม่ควรฉีดถี่เกินไป เช่น ไม่ควรฉีดทุกเดือนเพราะอาจเกิดการดื้อโบท็อกซ์ได้ แต่ก็ไม่ควรเว้นระยะนานเกิน 5 - 6 เดือน (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละเคส) จะส่งผลดีให้การฉีดโบท็อกซ์ในครั้งถัดๆ ไปมากกว่า โบท็อกซ์จะอยู่ได้นานขึ้น
ฉีดโบท็อกซ์กี่วันจึงจะเห็นผล ?
การเห็นผลหลังฉีดโบท็อกซ์จะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน โดยปกติจะเห็นผลหลังฉีดได้ประมาณ 3 วัน และเห็นผลชัดเจนภายใน 1 - 2 สัปดาห์

โบท็อกซ์คืออะไร

หลักการทำงานของโบท็อกซ์ (Botox)
เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกาย โบท็อกซ์จะทำงานโดยการยับยั้งการปล่อยสารอะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) ทำให้กล้านเนื้อในบริเวนที่ฉีดไม่สามารถหดตัวได้ ส่งผลให้ผิวหนังที่อยู่เหนือกล้ามเนื้อนั้นคลายตัวตัวลง ทำให้ริ้วรอยที่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อ เช่น ริ้วรอยหน้าผาก หรือรอยย่นรอบดวงตา ดูเรียบเนียนขึ้น โดยผลลัพธ์นี้จะคงอยู่ได้ประมาณ 6 เดือน
โบท็อกซ์ช่วยแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง

โบท็อกซ์ (Botox) สามารถแก้ไขปัญหาได้หลายอย่างเช่น

ลดริ้วรอยและยกกระชับใบหน้า

  • โบท็อกซ์ถูกใช้เพื่อลดเลือนริ้วรอยเช่น ริ้วรอยบนหน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว รอยย่นรอบดวงตา (Crow's feet)
  • นอกจากนี้ โบท็อกซ์ยังช่วยในการยกกระชับใบหน้า ทำให้ผิวกระชับ กรอบหน้าชัดมากขึ้น

ปรับรูปหน้าและลดกราม

  • การฉีดโบท็อกซ์ในกล้ามเนื้อกราม (Masseter muscle) ช่วยลดขนาดของกราม ทำให้ใบหน้าดูเรียวเล็กลง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่หรือรูปหน้าที่ต้องการปรับให้เรียวเล็ก สมดุลยิ่งขึ้น
ฉีดโบท็อกซ์อันตรายไหม
  • กรณีฉีดโบท็อกซ์แท้ ได้คุณภาพ และฉีดโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ยังไม่เคยมีรายงานเกี่ยวกับอันตรายรุนแรงถึงชีวิตของโบท็อกซ์
  • แต่การฉีดโบท็อกซ์ก็สามารถอันตรายได้เช่นกันในกรณีที่ไม่ได้ฉีดกับแพทย์ หรือฉีดโดยหมอกระเป๋าที่ไม่มีประสบการณ์ เพราะแพทย์ที่มีประสบการณ์จะรู้กายวิภาคบนใบหน้า ตำแหน่งเส้นเลือด กล้ามเนื้อ
  • ความเสี่ยงอีกประการคืออันตรายจากการใช้โบท็อกซ์ปลอมหรือโบท็อกซ์หิ้วที่ไม่ได้มาตรฐาน การหาข้อมูลก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อกซ์จึงสำคัญมาก ควรเลือกจากคลินิคที่สะอาด ได้มาตรฐาน และทำการรักษาโดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์ ไม่เลือกที่ราคาถูกเกินไปเพราะอาจเสี่ยงเจอของปลอมได้

ฉีดโบท็อกซ์ได้ถี่ที่สุดเท่าไหร่? ถ้าฉีดบ่อยจะดื้อโบไหม

โบท็อกซ์ไม่ใช่หัตการที่อยู่ได้ถาวร  และสามารถสลายได้ตามธรรมชาติ ซึ่งตัวยาที่ฉีดสามารถเห็นผลได้ตั้งแต่ 3 - 7 วันแรกหลังฉีดหลังจากนั้นจะค่อยๆ สลายไป แต่จะสามารถอยู่ได้นานหรือไม่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ยี่ห้อโบท็อกซ์ บริเวณที่ฉีด การใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคน และประสบการณ์ของแพทย์เป็นต้น

โดยเฉลี่ยแล้วโบท็อกซ์อยู่ได้ประมาณ 3 - 8 เดือนตำแหน่งการฉีดแต่ละจุดสามารถอยู่ได้ประมาณนี้ครับ

  1. โบท็อกซ์ริ้วรอย โบท็อกซ์กราม โบท็อกซ์ปีกจมูก อยู่ได้นานประมาณ 3 - 6 เดือน
  2. โบท็อกซ์ลิฟกรอบหน้า อยู่ได้นานประมาณ 3 - 5 เดือน
แม้ผลลัพธ์จะไม่ได้อยู่ถาวร แต่ก็ไม่ควรฉีดถี่เกินไป เช่น ไม่ควรฉีดทุกเดือนเพราะอาจเกิดการดื้อโบท็อกซ์ได้ แต่ก็ไม่ควรเว้นระยะนานเกิน 5 - 6 เดือน (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละเคส) จะส่งผลดีให้การฉีดโบท็อกซ์ในครั้งถัดๆ ไปมากกว่า โบท็อกซ์จะอยู่ได้นานขึ้น

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy